วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
Item
ชื่อเรื่อง
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
ผู้แต่ง
นพรัตน์ ถาวรศิริภัทร
วันที่
2565-05-09
รายละเอียด
ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (เจ้าสัวโต) ตันสกุลลยาณมิตร บุตรพระยาชัยวารี (มั่น แชอึ้ง) เมื่อครั้งยังเป็นพระยาราชสุภาวดี เจ้ากรมพระสุรัสวดีกลาง ได้อุทิศบ้านเรือน และซื้อที่ดินสร้างวัดขึ้นในปีระกา จ.ศ.1187 ตรงกับ พ.ศ.2368 ถวายเป็นพระอารามหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามอันเป็นสิริมงคลว่า "วัดกัลยาณมิตร" เนื่องมาจากความสัมพันธ์ส่วนพระองค์ที่ทรงมีต่อเจ้าพระยานิกรบดินทร์ผู้สร้างวัดนี้ ไม่เพียงแต่พระองค์ท่านเท่านั้นที่ทรงพระเมตตาต่อวัดกัลยาณมิตรเป็นเอนกประการ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์โปรดเกล้าฯสร้างหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติขึ้น ณ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร ในปี พ.ศ.2408 เพื่อฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จกรมพระศรีสุดารักษ์ (แก้ว) ซึ่งทรงเป็นพระเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และพระบรมมาตามหัยยกาธิบดี (เจ้าขรัวเงิน พระภัสดาในสมเด็จกรมพระศรีสุดารักษ์) พระชนนีและพระชนก ในสมเด็จกรมพระศรีสุริเยนทรามาตย์ (จ้าฟ้าบุญรอด) พระราชชนนีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเคยประทับในเรือนแพ ตรงบริเวณหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ(เดิมเป็นส่วนหนึ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมาตื้นเขินจนกลายเป็นแผ่นดิน) การสร้างครั้งนั้นเพื่อประกอบการกุศลตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบรมเชษฐาธิราชและเป็นการปูนบำเหน็จ ความชอบแก่เจ้าพระยานิกรบดินทร์ซึ่งในรัชกาลของพระองค์ทรงพระเมตตา พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็นเจ้าพระยานิกรบดินทรมหินทรามหากัลยาณมิตรว่า ที่สมุหนายกและพระราชทานนามพระโตว่า "พระพุทธไตรรัตนนายก"
ปูชนียวัตถุสำคัญของวัด
พระวิหารหลวง รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นอาคารประธานที่สร้างขึ้นในแนวแกนประธานของเขตพุทธาวาส โดยตั้งอยู่ระหว่างพระอุโบสถและการเปรียญ หันด้านสกัดออกทางหน้าวัด รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสถาปัตยกรรมแบบประเพณี หลังคาประดับเครื่องลำยอง ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ไม่มีทวยรับชายคา หลังคาเป็นหลังคาชั้นลดหน้าหลัง 4 ตับ 2 ซ้อน ซ้อนสุดท้ายเป็นพะไลคลุมรอบเฉลียงพระวิหารหลวงเสาพะไลก่ออิฐถือปูนฉาบเรียบทาสีขาวไม่มีบัวหัวเสา หน้าบันแกะสลักปิดทองประดับกระจกสีเป็นลายดอกพุดตานส่วนฐานอาคารเป็นฐานปั้นปูนฐานปัทม์สองชั้น ตัวอาคารมีทางเข้าด้านสกัดทั้งหน้าและหลัง ด้านละ 2 ประตู มีหน้าต่างด้านละ 5 บาน ทั้ง 2 ด้าน ประตูหน้าต่างเป็นซุ้มปูนปั้นแบบซุ้มบันแถลงยอดปราสาท บานประตูหน้าต่างภายนอกเขียนลายรดน้ำปิดทองเป็นลายอัษฎาวุธ ภายในเขียนสีเป็นลายดอกไม้ร่วง ฝาเพดานภายในฉลุลายดาวเพดานปิดทองบนพื้นสีแดง
พระประธาน ภายในวิหารหลวงเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย องค์พระประทานก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 11.75 เมตร สูง 15.44 เมตร รัชกาลที่ 3 ทรงเสด็จ พระราชดำเนินไปก่อพระฤกษ์ในวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2380 ชาวบ้านเรียกพระประธานองค์นี้ว่า “พระโต” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก”
พระอุโบสถ วัดกัลยาณมิตรเป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 คือลักษณะของอาคารนำเอาศิลปะจีนเข้ามาตกแต่ง มีพะไลรอบ พะไลมีเสาทั้งหมด 30 ต้น เสาพะไลไม่มีบัวหัวเสา ลบมุมเสาด้วยบัวเล็บมือ เฉลียงด้านสกัดมีความกว้างทั้งสองด้านเท่ากัน หลังคาพระอุโบสถเป็นหลังคาชั้นลด หลังคา 3 ตับ 2 ซ้อน ตับสุดท้ายเป็นพะไลคลุมเฉียงรอบ หน้าบันพระอุโบสถเป็นแบบกระเท่เซร ใช้การประดับกระเบื้องเคลือบสีเป็นลายแผง ตัวอาคารด้านสกัดทั้งสองด้านของพระอุโบสถ เจาะช่องประตูด้านละ 2 ช่อง ผนังด้านยาวเจาะช่องหน้าต่างแบบบานแผละด้านละ 5 ช่อง ประตูหน้าต่างปั้นปูนเป็นซุ้มเรือนแก้วประดับกระจก เสารวมด้านในเขียนลายประจำยาม ตอนล่างเขียนลายกรวยเชิง ฝาผนังภายในเขียนลายจิตกรรมฝาผนังเรื่องการดำเนินชีวิตในสมัยนั้น พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลย์ ซุ้มเสมา ลักษณะเป็นแบบฝรั่ง มีทั้งหมด 8 ซุ้ม ตั้งอยู่โดยรอบพระอุโบสถตามทิศทั้ง 8 ตามคติการใช้เสมาทั่วไป ทำด้วยหินทรายจีนแกะสลัก แผนผังซุ้มเป็นรูปสีเหลี่ยมลบมุมฐานซุ้มเป็นฐานปัทม์ ตัวเรือนซุ้มทั้งสี่มุมแกะสลักเป็นเสาอิงเจาะช่องวงโค้ง ภายในซุ้มประดิษฐานใบเสมาคู่ แกะสลักจากหินแกรนิต มีลักษณะใบเสมาเอวคอดยอดใบเสมาทำเป็นทรงปริกบ่าเสมาแกะสลักบัวคอเสื้อเป็นกระจัง ตาเสมาทั้งสองข้างแกะสลักเป็นวงแหวน ใบเสมาทั้งอยู่บนฐานบัวซ้อนอยู่บนฐานสิงห์
หอระฆัง พระสุนทรสมาจารย์ (พรหม) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2476 ตั้งอยู่ทางเหนือพระวิหารหลวง หน้าหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ ฐานรูปสี่เหลี่ยมกว้าง 8 เมตร สูง 30 เมตร ชั้นบนประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางลีลา ยอดหอระฆังปั้นเป็นรูปพรหมพักตร์ ชั้นล่างแขวนระฆังใบใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 192 ซม. ระฆังใบนี้หล่อโดยช่างญี่ปุ่นชื่อ นายยีฟูยี วารา
เจดีย์ทรงกลม ขนาดเล็กทรงระฆังคว่ำ 2 องค์ ตั้งอยู่หน้าพระวิหารหลวงขนาดศาลาตรีมุข องค์เจดีย์ประดับด้วยหินอ่อน เจดีย์ตั้งอยู่บนฐานสูง 8 เหลี่ยม มีขนาดเท่ากันทั้ง 2 องค์ ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายและขวาของศาลาตรีมุข
ซุ้มประตูโขลนทวารศิลาแกะสลัก ซุ้มประตูเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบจีนใช้หินแกะแกรนิตสลัก ตั้งอยู่ระหว่างด้านหน้าของพระวิหารหลวงและประตูศาลาตรีมุข
เจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าพระยารัตนบดินทร์ (รอด กัลยาณมิตร) ปลัดทูลฉลองมหาดไทย พระยากัลยาณมิตรนิกรวงศ์ (คง กัลยาณมิตร) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2442 เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำหินอ่อนสีขาวประดิษฐานอยู่ข้างพระวิหารหลวง
เจดีย์เหลี่ยมย่อมุม เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง องค์เจดีย์ทำด้วยหินแกรนิตแกะสลัก ฐานก่ออิฐถือปูนยกสูงตั้งอยู่ข้างเจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าพระยารัตนบดินทร์ฝั่งพระวิหารหลวง ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง
เจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กับยาณมิตร) เป็นเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้ 12 ตั้งบนฐานแปดเหลี่ยมประดับหินอ่อน มีกำแพงล้อมรอบมีบันไดขึ้นลงสองด้าน มีถะปรางค์หินแบบจีนประดับสี่มุมกำแพง
เจดีย์ถะจีน ถะที่สร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตจีน เป็นถะแปดเหลี่ยมแบบยอดห้าชั้น ยกฐานสูง มีกำแพงแก้วล้อมรอบ ยอดถะแกะสลักมีลักษณะเป็นยอดปรางค์ มีถะขนาดเล็กล้อมรอบทั้งสี่มุมเหมือนเจดีย์บรรจุอัฐิของเจ้าพระยานิกรบดินทร์
ศาลาเก๋งจีน เป็นศาลาเก๋งจีนขนาดเล็กเดิมเป็นศาลาโถงโล่ง มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2 หลัง ศาลาเก๋งทั้งสองตั้งขนาบทางเดินจากศาลา ท่าน้ำไปพระวิหารหลวง การประดับตกแต่งศาลาเก๋งจีนเป็นการประดับตกแต่งด้วยปูนปั้นแบบจีน
ศาลาการเปรียญ อาคารตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ลานพุทธาวาส ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เดิมสร้างด้วยไม้ปัจจุบันรื้อศาลาการเปรียญเดิมออก แล้วสร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น ณ ตำแหน่งเดิมเป็นสถาปัตยกรรมในรูปแบบประเพณี
ศาลาท่าน้ำ ศาลาท่าน้ำมีจำนวน 3 หลัง เป็นศาลาโถงโล่ง ก่ออิฐถือปูน ศาลาท่าน้ำหลังกลางตั้งตรงกับเส้นทางไปสู่พระวิหารหลวงเป็นศาลาจัตุรมุข โดยมุขหน้าและมุขข้างเป็นหลังคาแบบสถาปัตยกรรมไทย คือมีช่อฟ้าใบระกา ส่วนมุขที่หันหน้าไปทางพระวิหารหลวงเป็นหลังคาแบบเก๋งจีนส่วนศาลาท่าน้ำอีก 2 หลัง เป็นศาลาแบบไทยประเพณีคือมีช่อฟ้าใบระกา
สถานที่ตั้ง ถนนอรุณอมรินทร์ตัดใหม่ แขวง วัดกัลยา เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 (นพรัตน์ ถาวรศิริภัทร, 2551)
ที่มา : นพรัตน์ ถาวรศิริภัทร. (2551). การศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมเขตพุทธาวาส วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: วิทยานิพนธ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
ปูชนียวัตถุสำคัญของวัด
พระวิหารหลวง รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นอาคารประธานที่สร้างขึ้นในแนวแกนประธานของเขตพุทธาวาส โดยตั้งอยู่ระหว่างพระอุโบสถและการเปรียญ หันด้านสกัดออกทางหน้าวัด รัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ผังอาคารเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสถาปัตยกรรมแบบประเพณี หลังคาประดับเครื่องลำยอง ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ ไม่มีทวยรับชายคา หลังคาเป็นหลังคาชั้นลดหน้าหลัง 4 ตับ 2 ซ้อน ซ้อนสุดท้ายเป็นพะไลคลุมรอบเฉลียงพระวิหารหลวงเสาพะไลก่ออิฐถือปูนฉาบเรียบทาสีขาวไม่มีบัวหัวเสา หน้าบันแกะสลักปิดทองประดับกระจกสีเป็นลายดอกพุดตานส่วนฐานอาคารเป็นฐานปั้นปูนฐานปัทม์สองชั้น ตัวอาคารมีทางเข้าด้านสกัดทั้งหน้าและหลัง ด้านละ 2 ประตู มีหน้าต่างด้านละ 5 บาน ทั้ง 2 ด้าน ประตูหน้าต่างเป็นซุ้มปูนปั้นแบบซุ้มบันแถลงยอดปราสาท บานประตูหน้าต่างภายนอกเขียนลายรดน้ำปิดทองเป็นลายอัษฎาวุธ ภายในเขียนสีเป็นลายดอกไม้ร่วง ฝาเพดานภายในฉลุลายดาวเพดานปิดทองบนพื้นสีแดง
พระประธาน ภายในวิหารหลวงเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย องค์พระประทานก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 11.75 เมตร สูง 15.44 เมตร รัชกาลที่ 3 ทรงเสด็จ พระราชดำเนินไปก่อพระฤกษ์ในวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2380 ชาวบ้านเรียกพระประธานองค์นี้ว่า “พระโต” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก”
พระอุโบสถ วัดกัลยาณมิตรเป็นสถาปัตยกรรมรูปแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ 3 คือลักษณะของอาคารนำเอาศิลปะจีนเข้ามาตกแต่ง มีพะไลรอบ พะไลมีเสาทั้งหมด 30 ต้น เสาพะไลไม่มีบัวหัวเสา ลบมุมเสาด้วยบัวเล็บมือ เฉลียงด้านสกัดมีความกว้างทั้งสองด้านเท่ากัน หลังคาพระอุโบสถเป็นหลังคาชั้นลด หลังคา 3 ตับ 2 ซ้อน ตับสุดท้ายเป็นพะไลคลุมเฉียงรอบ หน้าบันพระอุโบสถเป็นแบบกระเท่เซร ใช้การประดับกระเบื้องเคลือบสีเป็นลายแผง ตัวอาคารด้านสกัดทั้งสองด้านของพระอุโบสถ เจาะช่องประตูด้านละ 2 ช่อง ผนังด้านยาวเจาะช่องหน้าต่างแบบบานแผละด้านละ 5 ช่อง ประตูหน้าต่างปั้นปูนเป็นซุ้มเรือนแก้วประดับกระจก เสารวมด้านในเขียนลายประจำยาม ตอนล่างเขียนลายกรวยเชิง ฝาผนังภายในเขียนลายจิตกรรมฝาผนังเรื่องการดำเนินชีวิตในสมัยนั้น พระประธานเป็นพระพุทธรูปปางปาลิไลย์ ซุ้มเสมา ลักษณะเป็นแบบฝรั่ง มีทั้งหมด 8 ซุ้ม ตั้งอยู่โดยรอบพระอุโบสถตามทิศทั้ง 8 ตามคติการใช้เสมาทั่วไป ทำด้วยหินทรายจีนแกะสลัก แผนผังซุ้มเป็นรูปสีเหลี่ยมลบมุมฐานซุ้มเป็นฐานปัทม์ ตัวเรือนซุ้มทั้งสี่มุมแกะสลักเป็นเสาอิงเจาะช่องวงโค้ง ภายในซุ้มประดิษฐานใบเสมาคู่ แกะสลักจากหินแกรนิต มีลักษณะใบเสมาเอวคอดยอดใบเสมาทำเป็นทรงปริกบ่าเสมาแกะสลักบัวคอเสื้อเป็นกระจัง ตาเสมาทั้งสองข้างแกะสลักเป็นวงแหวน ใบเสมาทั้งอยู่บนฐานบัวซ้อนอยู่บนฐานสิงห์
หอระฆัง พระสุนทรสมาจารย์ (พรหม) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2476 ตั้งอยู่ทางเหนือพระวิหารหลวง หน้าหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ ฐานรูปสี่เหลี่ยมกว้าง 8 เมตร สูง 30 เมตร ชั้นบนประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางลีลา ยอดหอระฆังปั้นเป็นรูปพรหมพักตร์ ชั้นล่างแขวนระฆังใบใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 192 ซม. ระฆังใบนี้หล่อโดยช่างญี่ปุ่นชื่อ นายยีฟูยี วารา
เจดีย์ทรงกลม ขนาดเล็กทรงระฆังคว่ำ 2 องค์ ตั้งอยู่หน้าพระวิหารหลวงขนาดศาลาตรีมุข องค์เจดีย์ประดับด้วยหินอ่อน เจดีย์ตั้งอยู่บนฐานสูง 8 เหลี่ยม มีขนาดเท่ากันทั้ง 2 องค์ ตั้งอยู่ทางด้านซ้ายและขวาของศาลาตรีมุข
ซุ้มประตูโขลนทวารศิลาแกะสลัก ซุ้มประตูเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบจีนใช้หินแกะแกรนิตสลัก ตั้งอยู่ระหว่างด้านหน้าของพระวิหารหลวงและประตูศาลาตรีมุข
เจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าพระยารัตนบดินทร์ (รอด กัลยาณมิตร) ปลัดทูลฉลองมหาดไทย พระยากัลยาณมิตรนิกรวงศ์ (คง กัลยาณมิตร) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2442 เป็นเจดีย์ทรงระฆังคว่ำหินอ่อนสีขาวประดิษฐานอยู่ข้างพระวิหารหลวง
เจดีย์เหลี่ยมย่อมุม เจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง องค์เจดีย์ทำด้วยหินแกรนิตแกะสลัก ฐานก่ออิฐถือปูนยกสูงตั้งอยู่ข้างเจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าพระยารัตนบดินทร์ฝั่งพระวิหารหลวง ไม่ปรากฏประวัติการสร้าง
เจดีย์บรรจุอัฐิเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (โต กับยาณมิตร) เป็นเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้ 12 ตั้งบนฐานแปดเหลี่ยมประดับหินอ่อน มีกำแพงล้อมรอบมีบันไดขึ้นลงสองด้าน มีถะปรางค์หินแบบจีนประดับสี่มุมกำแพง
เจดีย์ถะจีน ถะที่สร้างขึ้นด้วยหินแกรนิตจีน เป็นถะแปดเหลี่ยมแบบยอดห้าชั้น ยกฐานสูง มีกำแพงแก้วล้อมรอบ ยอดถะแกะสลักมีลักษณะเป็นยอดปรางค์ มีถะขนาดเล็กล้อมรอบทั้งสี่มุมเหมือนเจดีย์บรรจุอัฐิของเจ้าพระยานิกรบดินทร์
ศาลาเก๋งจีน เป็นศาลาเก๋งจีนขนาดเล็กเดิมเป็นศาลาโถงโล่ง มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 2 หลัง ศาลาเก๋งทั้งสองตั้งขนาบทางเดินจากศาลา ท่าน้ำไปพระวิหารหลวง การประดับตกแต่งศาลาเก๋งจีนเป็นการประดับตกแต่งด้วยปูนปั้นแบบจีน
ศาลาการเปรียญ อาคารตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ลานพุทธาวาส ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เดิมสร้างด้วยไม้ปัจจุบันรื้อศาลาการเปรียญเดิมออก แล้วสร้างเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น ณ ตำแหน่งเดิมเป็นสถาปัตยกรรมในรูปแบบประเพณี
ศาลาท่าน้ำ ศาลาท่าน้ำมีจำนวน 3 หลัง เป็นศาลาโถงโล่ง ก่ออิฐถือปูน ศาลาท่าน้ำหลังกลางตั้งตรงกับเส้นทางไปสู่พระวิหารหลวงเป็นศาลาจัตุรมุข โดยมุขหน้าและมุขข้างเป็นหลังคาแบบสถาปัตยกรรมไทย คือมีช่อฟ้าใบระกา ส่วนมุขที่หันหน้าไปทางพระวิหารหลวงเป็นหลังคาแบบเก๋งจีนส่วนศาลาท่าน้ำอีก 2 หลัง เป็นศาลาแบบไทยประเพณีคือมีช่อฟ้าใบระกา
สถานที่ตั้ง ถนนอรุณอมรินทร์ตัดใหม่ แขวง วัดกัลยา เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร 10600 (นพรัตน์ ถาวรศิริภัทร, 2551)
ที่มา : นพรัตน์ ถาวรศิริภัทร. (2551). การศึกษาการออกแบบสถาปัตยกรรมเขตพุทธาวาส วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: วิทยานิพนธ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
รูปแบบ
application/pdf
ภาษา
tha
สำนักพิมพ์
มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
หัวเรื่อง
วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
เจ้าพระยานิกรบดินทร์ (เจ้าสัวโต)
สมเด็จกรมพระศรีสุดารักษ์ (แก้ว)
พระพุทธไตรรัตนนายก
ศาสนาสถาน
แหล่งท่องเที่ยว
คอลเลกชั่น
นพรัตน์ ถาวรศิริภัทร .วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร. มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ, คลังข้อมูลดิจิทัล สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ, accessed April 6, 2025, http://202.29.54.157/s/library/item/2294