คลังข้อมูลดิจิทัล

  • AI-Assisted Teaching Model for Personalized Computer Education Based on Deep Learning

    This study aimed to: (1) examine AI-assisted learning readiness, utilization, and urban–rural disparities among computer science students in Guangxi Zhuang Autonomous Region; (2) develop a context-adapted AI-assisted personalized teaching model; and (3) evaluate its suitability and feasibility for routine teaching. The sample included 56 undergraduate students, divided into experimental and control groups (n = 28 each), and an 8-member expert panel. Data were collected through questionnaires, interviews, and evaluation forms, and analyzed using descriptive statistics, t-tests, chi-square, correlation, and content analysis. Results indicated high overall readiness (M = 3.68), with significant urban–rural disparities. Urban students showed higher technology acceptance and self-efficacy, while rural students demonstrated greater needs for personalized learning and faced infrastructure limitations. The developed model integrates dual-track learning paths, adaptive feedback, and lowbandwidth/offline functionalities tailored to regional constraints. Evaluation results confirmed high suitability and feasibility (M = 4.44, S-CVI = 0.953). The experimental group reported high usability (M = 4.21), and implementation strategies achieved a 91.7% integration rate, effectively supporting diverse classroom contexts and reducing instructional burden. Keywords: Artificial Intelligence, Computer Education, Teaching-Learning Model, Computational Thinking,Regional Adaptability
  • การสร้างชุุดการสอนทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้นโดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา (CIPPA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี

    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างชุดการสอนเรื่อง ทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้นโดยใช้ โมเดลซิปปา (CIPPA Model) สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังใช้ชุดการสอนเรื่อง ทฤษฎีดนตรีสากล เบื้องต้นโดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา CIPPA Model สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี ที่มีต่อการใช้ชุดการสอน การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้รูปแบบ การวิจัยกึ่งทดลองแบบ One Group Pretest-Posttest Design กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นการเลือกแบบ เจาะจงโดยใช้นักเรียนที่เรียนในวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรีภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 11 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ ชุดการสอนเรื่อง ทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้น และแผนการจัดการ เรียนรู้ที่ใช้เป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอน ส่วนเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดการสอน สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Wilcoxon Signed-Ranks Test ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดการสอนเรื่องทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้นโดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา CIPPA Model ซึ่งแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 หน่วยการเรียนรู้ ผลการหาคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.93 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.08 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดการสอน พบว่า คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 13.27 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 25.09 แสดงให้เห็นว่าคะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้3) ความพึงพอใจต่อการใช้ชุด การสอนเรื่องทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้นโดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา CIPPA Model โดยรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.33 คำสำคัญ : ความพึงพอใจ, ชุดการสอน, ทักษะทางดนตรี, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, โมเดลซิปปา
  • Student Learning Engagement Model Development for Blended Teaching Models Based on Small Private Online Course Digital Platforms, Liaoning Province, China

    This study aimed to develop and validate a student learning engagement model for SPOC-based blended teaching in marketing courses and to examine its effectiveness. A three-phase research design was adopted. First, a questionnaire was developed through literature review, expert consultation, IOC validation, and pilot testing. Second, 895 valid responses from 1,080 undergraduate students at six universities in Liaoning Province were analyzed using factor analysis and structural equation modeling. Third, an eight-week experiment involving 71 students was conducted. The results identified four dimensions of learning engagement: 1. Behavioral, cognitive, emotional, and interactional engagement. 2. The final model showed good fit, with χ²/df = 3.24, CFI = 0.975, and RMSEA= 0.058. 3. The experimental group outperformed the control group, and course attainment increased by 18.6%, confirming the model’s validity and practical value. Keywords: SPOC blended teaching, learning engagement model, structural equation modeling, emotion-driven intervention, digital education management
  • การพัฒนาอิมัลเจลกระท่อมและฤทธิ์ยับยั้ง การผลิตสารที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ

    การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองที่ครอบคลุมหลายด้านได้แก่ ด้านเคมี ด้านชีวภาพและด้านผลิตภัณฑ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) หาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมและฟลาโวนอยด์รวม 2) พัฒนาระบบทีแอลซีเพื่อการตรวจสอบด้านคุณภาพและปริมาณด้วยเครื่องรงคเลขผิวบางสมรรถนะสูง (HPTLC) 3) พัฒนาวิธีแยกมิทราไจนีนจากสารสกัดกระท่อม 4) ศึกษาฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ 5) ศึกษาฤทธิ์การต้านอักเสบโดยวัดการยับยั้งการผลิตสารสื่อการอักเสบของสารสกัดกระท่อม 6) พัฒนาตำรับผลิตภัณฑ์อิมัลเจลที่มีสารสกัดกระท่อม 7) ทดสอบความคงตัวทางกายภาพของอิมัลเจลกระท่อม ผลการวิจัยพบว่า สารสกัดกระท่อมที่สกัดด้วยเอทานอล 95 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมเท่ากับ 285.50 ± 1.67 มิลลิกรัมกรดแกลลิกสมมูลต่อกรัมสารสกัด และปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์รวมเท่ากับ 358.97 ± 0.98 มิลลิกรัม เควอซิทินสมมูลต่อกรัม สารสกัดสูงกว่ารายงานวิจัยก่อนหน้า ระบบทีแอลซีใหม่ที่ปรับความเป็นด่างของคลอโรฟอร์มในเฟสเคลื่อนที่ด้วย 0.2 นอร์มอลโซเดียมไฮดร็อกไซด์ แล้วนำมาผสมกับเมทานอลในอัตราส่วน 99 : 5 มีความเหมาะสมในการวิเคราะห์มิทราไจนีนทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ ได้วิธีการแยก สารมิทราไจนีนด้วยการผ่านคอลัมน์เพียงครั้งเดียว โดยการใช้ตัวอย่างที่จะนำมาแยกเป็นสารสกัดด้วยเอทานอล 40 เปอร์เซ็นต์ ปรับสมรรถนะของเฟสคงที่ และใช้ระบบเฟสเคลื่อนที่ใหม่ประกอบด้วยคลอโรฟอร์ม 95 มิลลิลิตร ต่อ 5 มิลลิลิตรของเมทานอลที่มี 0.1 นอร์มอลโซเดียมไฮดร็อกไซด์ และเก็บมิทราไจนีนที่แยกได้ในรูปเกลือพิกเครตนำไปยืนยันโครงสร้างด้วย NMR, IR และ MS สำหรับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดกระท่อมด้วยวิธี DPPH assay มีค่า IC50 เท่ากับ 7.39 ± 0.49 ไมโครกรัมต่อไมโครลิตร ด้วยวิธี ABTS.+ assay มีค่า IC50 เท่ากับ 17.762 ± 0.33 มิลลิกรัมสมมูลของกรดแอสคอร์บิกต่อกรัมสารสกัด และด้วยวิธี FRAP assay มีค่าเท่ากับ 5211.44 ± 9.366 มิลลิโมลาร์สมมูลของเฟอร์รัสซัลเฟตต่อกรัมสารสกัด สอดคล้องกับปริมาณฟีนอลิกรวมและฟลาโวนอยด์รวม การทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบของเซลล์มาโครฟาจ Raw 264.7 ที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบด้วยไลโพพอลิแซกคาไรด์ (LPS) พบว่าสารมาตรฐานมิทราไจนีนในความเข้มข้น 80 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถลดการผลิตไนตริกออกไซด์ได้ 76.02 เปอร์เซ็นต์ อินเตอร์ลิวคิน 6 ได้ 28.70 เปอร์เซ็นต์ และพรอสตาแกลนดินอี 2 ได้ 6.62 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ สารสกัดใบกระท่อมในความเข้มข้น 200 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถลดการผลิตไนตริกออกไซด์ได้ 79.16 เปอร์เซ็นต์ และ IL-6 ได้ 35.64 เปอร์เซ็นต์ อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบการผลิตสารสื่อ การอักเสบในเซลล์มาโครฟาจที่ได้รับสาร LPS เพียงอย่างเดียวโดยสารสกัดกระท่อมที่สกัดด้วยเอทานอล 95 เปอร์เซ็นต์ มีฤทธิ์แรงกว่าสารสกัดด้วยเอทานอล 40 เปอร์เซ็นต์ จึงได้นำสารสกัดกระท่อมที่สกัดด้วยเอทานอล 95 เปอร์เซ็นต์ ไปพัฒนาเป็นอิมัลเจล โดยได้อัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างสามองค์ประกอบในการเกิดไมโครอิมัลชั่นคือ วัฏภาคน้ำมันต่อ ส่วนผสมสารลดแรงตึงผิว และน้ำ เท่ากับ 6:2:2 ใส่สารสกัดกระท่อมร้อยละ 1 และสารก่อเจลร้อยละ 7.41 ได้ต้นแบบอิมัลเจล ที่มีความเสถียรมีอายุการเก็บรักษาได้สองปี คำสำคัญ: กระท่อม ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ รงคเลขผิวบางสมรรถนะสูง อิมัลเจล
  • บัญชีนวัตกรรมไทย ฉบับเพิ่มเติม เดือนมิถุนายน 2569

    ประกาศบัญชีนวัตกรรมไทย ฉบับเพิ่มเติม มิถุนายน 2569 รวบรวมรายการสินค้าและบริการนวัตกรรมที่ผ่านการรับรอง เพื่อสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงตามระเบียบพัสดุฯ ดาวน์โหลดบัญชีฉบับเต็มและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
  • รายงานประจำปี 2568 สำนักงาน ป.ป.ท.

    สำนักงาน ป.ป.ท. ได้จัดทำรายงานประจำปี พ.ศ. 2568 เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานในรอบปีงบประมาณที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการสร้างความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทภารกิจของหน่วยงานให้แก่สาธารณชนและหน่วยงานต่าง ๆ ได้รับทราบ สำหรับการเข้าถึงรายงานดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ท. ได้อำนวยความสะดวกในรูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ต่อได้ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ผ่านช่องทางออนไลน์ตามรายละเอียดในตารางด้านล่างนี้
  • วีดีโอสอนใช้ NotebookLM ช่วยสรุป วิเคราะห์ และแปลงข้อมูลให้ง่ายต่อการเข้าใจ ภายในเวลาเพียง 3 นาที

    วีดีโอสอนใช้ NotebookLM ช่วยสรุป วิเคราะห์ และแปลงข้อมูลให้ง่ายต่อการเข้าใจ ภายในเวลาเพียง 3 นาที ขั้นตอนการใช้งาน NotebookLM เพื่อช่วยในการสรุป วิเคราะห์ และจัดการข้อมูลอย่างละเอียดตามลำดับขั้นตอนจากแหล่งข้อมูล 1. การเข้าสู่ระบบและเตรียมความพร้อม: เปิดเว็บเบราว์เซอร์ Chrome และเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Gmail ส่วนตัว (ปัจจุบันรองรับเฉพาะบัญชี @gmail.com เท่านั้น), ไปที่เว็บไซต์ notebooklm.google 2. การสร้างพื้นที่ทำงาน (Notebook): คลิกที่ปุ่ม "สร้างโน้ตใหม่" เพื่อเริ่มต้นใช้งาน 3. การนำเข้าข้อมูล (Sources): อัปโหลดเอกสารที่คุณต้องการศึกษา ซึ่งรองรับหลายรูปแบบ เช่น ไฟล์ PDF, Google Docs, ลิงก์เว็บไซต์, ไฟล์เสียง และวิดีโอจาก YouTube, ข้อควรระวังสำหรับไฟล์ PDF: ต้องเป็นไฟล์ที่ระบบสามารถอ่านข้อความได้จริง ไม่ใช่ภาพสแกน เพื่อให้ AI สามารถวิเคราะห์เนื้อหาได้อย่างถูกต้อง 4. การเริ่มต้นวิเคราะห์และใช้งาน AI: หลังจากอัปโหลดแล้ว รอระบบ AI วิเคราะห์ข้อมูล (ใช้เวลาไม่ถึงนาที) จากนั้นคุณสามารถเริ่มพิมพ์สนทนาหรือสอบถามข้อมูลจากเอกสารได้ทันที คุณสามารถสั่งให้ AI ช่วยทำงานต่าง ๆ ได้หลากหลาย เช่น: สรุปสาระสำคัญของเอกสาร จัดทำเป็นรายงาน หรือ แผนผังความคิด (Mind Map) สร้างแฟลชการ์ด (Flashcards) เพื่อช่วยในการจดจำ สร้างคลิปวิดีโอสรุปเนื้อหา 5. การใช้งานฟีเจอร์เพิ่มเติมและการแบ่งปัน: สามารถเลือกแปลงข้อมูลเป็นพอดแคสต์ (Audio Overview) เพื่อใช้ฟังในขณะเดินทางได้ คุณสามารถบันทึกหรือแชร์ผลลัพธ์ที่ได้ให้กับผู้อื่น จุดเด่นและข้อควรคำนึง: ความแม่นยำ: NotebookLM จะตอบคำถามโดยอ้างอิงเฉพาะเอกสารที่คุณนำเข้าเท่านั้น โดยจะไม่มีการนำข้อมูลภายนอกมาตอบหรือคาดเดาเอง ความเป็นส่วนตัว: ข้อมูลของคุณจะปลอดภัยและไม่ถูกนำไปใช้เพื่อการฝึกโมเดล AI อื่น ๆ หลักการใช้งาน: ควรใช้ AI เป็นผู้ช่วยคิดเพื่อให้เข้าใจเนื้อหาได้รวดเร็วขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจเนื้อหาด้วยตนเอง
  • วิดีโอสอนใช้ Napkin AI สร้างกราฟ & อินโฟกราฟิกสวย ๆ

    วิดีโอสอนใช้ Napkin AI ซึ่งเป็นเครื่องมืออัจฉริยะที่ช่วยเปลี่ยนข้อความให้กลายเป็น อินโฟกราฟิกและแผนภูมิ ที่สวยงามได้อย่างง่ายดายผ่าน 4 ขั้นตอนหลัก เริ่มตั้งแต่การ สมัครใช้งาน และการนำเข้าเนื้อหาผ่านการพิมพ์หรือการอัปโหลดไฟล์เอกสารประเภทต่างๆ ระบบจะใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการ วิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูล เพื่อสร้างภาพประกอบที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งผู้ใช้สามารถ ปรับแต่งองค์ประกอบ ทั้งสี ไอคอน และตัวอักษรให้ตรงตามความต้องการได้ทันที ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์สามารถ ส่งออกเป็นไฟล์ หลายรูปแบบเพื่อนำไปใช้งานต่อในสไลด์นำเสนอหรือแบ่งปันให้ทีมงานร่วมแก้ไขได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ควรตระหนักว่าการสร้างและแก้ไขงานต้องทำผ่าน เครื่องคอมพิวเตอร์ เท่านั้นเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการออกแบบ
  • หลักสูตร SE-ED E-Library: การสืบค้นข้อมูลวิชาการเพื่อการเรียนรู้และการประยุกต์ใช้

    วิดีโอนี้แนะนำการใช้งานระบบ SE-ED E-Library ตั้งแต่การเข้าสู่ระบบ การสืบค้นอีบุ๊ก นิตยสาร และหนังสือเสียง รวมถึงการยืม คืน จองหนังสือ และใช้เครื่องมือเสริม เช่น จดบันทึก เน้นข้อความ แจ้งเตือนคิวจอง และคืนหนังสืออัตโนมัติ เพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงทรัพยากรดิจิทัลได้สะดวกยิ่งขึ้น สรุปขั้นตอนการใช้งานระบบ SE-ED E-Library เพื่อให้คุณสามารถเข้าใช้งานและจัดการหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ได้ด้วยตนเอง ดังนี้ 1. การเข้าสู่ระบบ (Login) วิธีการเข้าถึง: เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ห้องสมุดของมหาวิทยาลัย เลือกเมนู eBook และเลือก SE-ED E-Library การล็อกอิน: ใช้ Username และ Password (อาจเป็นตัวเลขรหัสผู้ใช้หรืออีเมล) เพื่อเข้าสู่ระบบ กรณีลืมรหัสผ่าน: คลิกปุ่ม "ลืมรหัสผ่าน" (Forgot Password) ระบบจะส่งรหัส OTP หรือลิงก์รีเซ็ตรหัสผ่านไปที่อีเมลของคุณเพื่อให้คุณตั้งรหัสผ่านใหม่ 2. การสืบค้นหนังสือ (Search & Browse) ช่องค้นหา: คุณสามารถค้นหาหนังสือได้จาก ชื่อหนังสือ หรือ เลข ISBN (บาร์โค้ดหลังเล่ม) โดยรองรับทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ การเลือกดู: ระบบจะแบ่งหมวดหมู่หนังสือไว้ เช่น หนังสือที่ไม่ควรพลาด (หนังสือยอดนิยม), หนังสือใหม่, และแยกประเภทตามสื่อ เช่น eBook, e-Magazine, Multimedia หรือ หนังสือเสียง 3. ขั้นตอนการยืมและอ่านหนังสือ (Borrow & Read) การยืม: เมื่อเจอเล่มที่สนใจ ให้คลิกที่ปกหนังสือเพื่อดูรายละเอียด (ชื่อผู้แต่ง, เรื่องย่อ) จากนั้นกดปุ่ม "ยืม" และกดยืนยันเพื่อนำหนังสือไปไว้ที่ "ชั้นวางหนังสือ" (Bookshelf) การอ่าน: ไปที่ชั้นวางหนังสือแล้วคลิกที่ตัวเล่มเพื่อดาวน์โหลดเนื้อหามาอ่าน คุณสามารถย่อ-ขยายหน้ากระดาษ หรือปิดเสียงเปิดหน้ากระดาษได้ตามต้องการ เครื่องมือช่วยอ่าน: ในขณะอ่าน คุณสามารถใช้ฟังก์ชัน Bookmark (คั่นหน้า), เขียนโน้ตบันทึก, ไฮไลต์ข้อความ, หรือ ขีดเส้นใต้ ได้ ข้อดี: สิ่งที่คุณบันทึกไว้จะเป็นข้อมูลส่วนตัว (User อื่นจะไม่เห็น) และแม้คุณจะคืนหนังสือไปแล้ว หากกลับมายืมใหม่อีกครั้งในอนาคต ข้อมูลที่โน้ตไว้จะยังคงอยู่ 4. การจองหนังสือกรณีหนังสือเต็ม (Reservation) หากหนังสือเล่มนั้นมีผู้ยืมครบตามจำนวนแล้ว ระบบจะขึ้นว่า "ไม่พร้อมใช้งาน" ให้คุณกดปุ่ม "จอง" เพื่อต่อคิว เมื่อถึงคิวของคุณ ระบบจะส่ง การแจ้งเตือน (Notification) ผ่านไอคอนรูปกระดิ่งและทางอีเมล เมื่อได้รับการแจ้งเตือน คุณสามารถเลือกได้ว่าจะ "ยืนยันการยืม" หรือ "ปฏิเสธ" เพื่อให้สิทธิ์คิวถัดไป 5. การคืนหนังสือ (Return) คืนด้วยตนเอง: หากอ่านจบก่อนกำหนด ให้ไปที่ชั้นวางหนังสือแล้วคลิกไอคอน "ถังขยะ" เพื่อคืนหนังสือเข้าสู่ระบบทันที คืนอัตโนมัติ: หากถึงกำหนดระยะเวลาการยืม ระบบจะทำการคืนหนังสือให้โดยอัตโนมัติ 6. การจัดการข้อมูลส่วนตัว (Profile & Settings) คุณสามารถเข้าไปที่เมนูข้อมูลผู้ใช้เพื่อ เปลี่ยนรูปโปรไฟล์, แก้ไขข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ-นามสกุล, วันเกิด หรือเบอร์โทรศัพท์ การเปลี่ยนรหัสผ่าน: สามารถทำได้ที่เมนู "เปลี่ยนรหัสผ่าน" โดยใส่รหัสผ่านปัจจุบันและตั้งรหัสผ่านใหม่ (ความยาว 4-13 ตัวอักษร)
  • หลักสูตร CU E Library การพัฒนาทักษะการใช้ทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพ

    วิดีโอนี้เป็นการแนะนำ หลักสูตรการใช้งานระบบ CU E-Library เพื่อพัฒนาทักษะการใช้ทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์สำหรับสมาชิกของมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (BSRU) โดยมีเนื้อหาครอบคลุมประเด็นหลักดังนี้ 1. การเข้าใช้งานและการสมัครสมาชิก การสมัคร: แนะนำขั้นตอนการสมัครสมาชิกใหม่ผ่านทั้งแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ โดยต้องใช้อีเมลขององค์กร (@bsru.ac.th) เท่านั้น การยืนยันตัวตน: ระบบจะใช้รหัส OTP ส่งไปยังอีเมลเพื่อยืนยันการสมัครหรือเปลี่ยนรหัสผ่าน การจัดการบัญชี: การกู้คืนรหัสผ่าน (Forgot Password) และการแก้ไขข้อมูลส่วนตัว รวมถึงการลบบัญชีผู้ใช้ 2. การค้นหาและยืม-คืนหนังสือ การค้นหา: วิธีการใช้ช่องค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดสั้นๆ เพื่อหาหนังสือที่สนใจ กฎการยืม: สมาชิกสามารถยืมได้ 5 เล่ม นาน 3 วัน โดยระบบจะทำการคืนให้อัตโนมัติเมื่อครบกำหนด เมนู "เผยแพร่ฟรี": แนะนำส่วนของหนังสือที่จุฬาฯ จัดเตรียมไว้ให้ ซึ่งอ่านได้พร้อมกันไม่จำกัดเวลาและไม่ต้องรอคิว 3. ฟีเจอร์การอ่านและความปลอดภัย รูปแบบการอ่าน: เลือกอ่านได้หลายโหมด (หน้าเดี่ยว, หน้าคู่, เลื่อนบนลงล่าง) และมีระบบ Bookmark เพื่อคั่นหน้าซึ่งจะซิงค์ข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ สถิติการอ่าน: มีการคำนวณเวลาและเปอร์เซ็นต์การอ่าน เพื่อให้ผู้ใช้เก็บสถิติหรือแชร์ลงโซเชียลมีเดีย การคุ้มครองลิขสิทธิ์: ห้ามบันทึกหน้าจอ (Capture/Record Screen) โดยเด็ดขาด มิฉะนั้นอาจถูกบล็อกการใช้งาน และในหน้าหนังสือจะมีลายน้ำ (Watermark) เป็นอีเมลผู้ใช้เพื่อป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ 4. ระบบการจองคิวและอุปกรณ์ การจองคิว: หากหนังสือเล่มนั้นถูกยืมหมด ผู้ใช้สามารถจองคิวได้ โดยจะมีการแจ้งเตือนผ่าน App Notification และต้องกดรับสิทธิ์ภายใน 24 ชั่วโมง จำนวนอุปกรณ์: สามารถเข้าใช้งานได้พร้อมกัน 2 อุปกรณ์ (เช่น PC และมือถือ) 5. การเสนอซื้อหนังสือใหม่ แนะนำวิธีการเลือกหนังสือจากเว็บไซต์ chulabook.com เพื่อนำบาร์โค้ดหรือชื่อเรื่องมาเสนอให้ทางบรรณารักษ์พิจารณาจัดซื้อเข้าสู่ระบบห้องสมุด
  • หลักสูตร EBSCO Academic Discovery การสืบค้นสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้และการวิจัย

    หลักสูตร EBSCO Academic Discovery ซึ่งจัดทำโดยสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อแนะนำเทคนิคการสืบค้นข้อมูลดิจิทัลสำหรับการเรียนรู้และการวิจัย โดยเน้นการใช้งานระบบ OpenAthens ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงฐานข้อมูลนับสิบแหล่งได้ด้วยการลงชื่อเข้าใช้เพียงครั้งเดียวผ่านบัญชีของมหาวิทยาลัย แหล่งข้อมูลได้อธิบายวิธีการใช้เครื่องมือ Single Search เพื่อสืบค้นบทความวิชาการ วารสาร และอีบุ๊กจากหลากหลายสาขาวิชาอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งแนะนำฟีเจอร์ที่ทันสมัยอย่าง Generative AI ที่ช่วยสรุปเนื้อหาสำคัญและ Natural Language Search ที่รองรับการสืบค้นด้วยภาษาธรรมชาติทั้งภาษาไทยและอังกฤษ นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงวิธีการจัดการรายการอ้างอิง การแปลภาษา และการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงของเนื้อหาผ่าน Concept Map เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำผลงานทางวิชาการของผู้เข้าอบรมได้อย่างสูงสุด การเข้าใช้งาน ผ่านระบบ OpenAthens ขั้นตอนการเข้าใช้งานดังนี้ เข้าผ่านเว็บไซต์ห้องสมุด: ไปที่หน้าเว็บของสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ เลือกเมนู "สารสนเทศ" แล้วคลิกที่ OpenAthens ล็อกอิน: ใส่ BSRU Login ซึ่งก็คือ อีเมลของมหาวิทยาลัย เพียงเท่านี้ก็จะสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลทั้งหมดที่ห้องสมุดบอกรับได้ทันที หมายเหตุ: เมื่อล็อกอินแล้ว ระบบจะคงสถานะไว้ประมาณ 8 ชั่วโมง ทำให้ไม่ต้องล็อกอินซ้ำบ่อยๆ ขั้นตอนการสืบค้นสารสนเทศผ่านระบบของมหาวิทยาลัย มีรายละเอียดและเทคนิคที่จะช่วยให้คุณเข้าถึงงานวิจัยและบทความที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ ดังนี้ 1. การสืบค้นแบบ Single Search (EDS) เป็นวิธีการสืบค้นที่ง่ายและครอบคลุมที่สุด โดยใช้ช่องค้นหาเดียวแต่ดึงข้อมูลจากทุกฐานข้อมูลที่ห้องสมุดมี วิธีการ: ใส่ คำสำคัญ (Keyword) ที่ต้องการลงในช่อง "BSRU Single Search" หรือ "Search EDS" ผลลัพธ์: ระบบจะดึงข้อมูลจากบทความวิชาการ, หนังสือในห้องสมุด (OPAC), และฐานข้อมูลภายนอก เช่น ScienceDirect หรือ IEEE ขึ้นมาแสดงในที่เดียว 2. การสืบค้นด้วยภาษาธรรมชาติ (Natural Language Search) ฟีเจอร์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสืบค้นด้วย ภาษาไทย หรือประโยคคำถามทั่วไป วิธีการ: พิมพ์ประโยคที่ต้องการ (เช่น "หาบทความเกี่ยวกับเกษตรยั่งยืน") แล้วกด Turn on Natural Language Search การทำงาน: AI จะช่วยแปลและหาคำที่มีความหมายใกล้เคียง (Synonym) ในภาษาอังกฤษมาให้ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่กว้างและตรงประเด็นมากขึ้น 3. การใช้ Concept Map (แผนที่ความคิด) หากคุณยังนึกคำค้นหาไม่ออก หรือต้องการขยายหัวข้อวิจัยให้กว้างขึ้น วิธีการ: คลิกที่เมนู Concept Map แล้วใส่คำค้นหาหลัก การแสดงผล: ระบบจะแสดงคำที่เกี่ยวข้องเป็นโครงข่าย (เช่น ค้นหา "Zero Waste" ระบบจะแนะนำคำว่า "Social Movement" หรือ "Recycle") การใช้งานต่อ: คุณสามารถเลือกคำที่สนใจแล้วกด "Add to Search" เพื่อกลับไปดูรายการบทความได้ทันที 4. การสืบค้นวารสารเฉพาะชื่อ (Publication Finder) หากคุณมีชื่อวารสารที่ต้องการอ่านอยู่ในใจแล้ว วิธีการ: ไปที่เมนู Publication Finder แล้วระบุชื่อวารสารหรือสาขาวิชาที่ต้องการ ความสามารถ: ระบบจะบอกว่าวารสารนั้นมีฉบับปีไหนบ้าง และอยู่ในฐานข้อมูลใด เพื่อให้คุณคลิกเข้าไปอ่านฉบับเต็ม (Full Text) ได้ถูกต้อง 5. การสืบค้นขั้นสูงและการกรองผลลัพธ์ (Filters) เมื่อได้ผลลัพธ์จำนวนมาก (บางครั้งอาจถึงหลักล้านรายการ) คุณควรใช้เครื่องมือกรองข้อมูล การกรองเบื้องต้น: เลือก Full Text เพื่อดูเฉพาะบทความที่อ่านฉบับเต็มได้ หรือเลือก Peer Reviewed สำหรับบทความที่ผ่านการรับรองทางวิชาการ การระบุช่วงเวลา: ปรับวันเดือนปีที่ตีพิมพ์ (เช่น ย้อนหลัง 5 ปี) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย เทคนิคพิเศษ (AF): หากต้องการค้นหาผลงานของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย ให้ใช้รหัส AF ตามด้วยชื่อมหาวิทยาลัย (เช่น AF "Bansomdejchaopraya Rajabhat University") ในการสืบค้น 6. การจัดการผลลัพธ์ด้วยเครื่องมือเสริม หลังจากพบสิ่งที่ต้องการแล้ว คุณสามารถใช้เครื่องมือในหน้าแสดงผลเพื่อช่วยในการทำงานได้: AI Summary: อ่านสรุปใจความสำคัญ 5 ข้อจาก AI ก่อนตัดสินใจอ่านฉบับเต็ม More Like This: คลิกเพื่อดูบทความอื่นๆ ที่มีเนื้อหาคล้ายคลึงกับบทความที่คุณกำลังอ่าน Citation: คัดลอกรูปแบบการอ้างอิง (เช่น APA) หรือส่งออกไปยังโปรแกรมจัดการบรรณานุกรม Translation & Listen: แปลภาษาไทย (สำหรับ Online Full Text) หรือให้ระบบอ่านออกเสียงให้ฟัง การเข้าใช้งานผ่าน OpenAthens จะทำให้คุณสามารถใช้เครื่องมือเหล่านี้เชื่อมโยงไปยังฐานข้อมูลต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องล็อกอินใหม่ทุกครั้ง
  • หลักสูตร Gale Research & Learning Experience การสืบค้นสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการวิจัย

    ฐานข้อมูล Gale (หรือ Gale eBooks) เป็นแหล่งรวมทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมทั้ง eBooks และวารสารวิชาการ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการวิจัยในหลากหลายสาขาวิชา โดยมีรายละเอียดและวิธีการใช้งานสรุปได้ดังนี้ครับ: 1. ข้อมูลพื้นฐานของฐานข้อมูล ทางมหาวิทยาลัยมีการบอกรับฐานข้อมูล Gale ทั้งหมด 5 ฐานหลัก ได้แก่: Gale eBooks: รวบรวมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ภาษาอังกฤษครอบคลุมทุกสาขาวิชา เช่น ประวัติศาสตร์, กฎหมาย, การศึกษา, วิทยาศาสตร์, สังคมศาสตร์ และการแพทย์, ฐานข้อมูลวารสาร 4 ฐาน (Gale OneFile): ประกอบด้วยด้าน Business (บริหารธุรกิจ), Educator Reference Complete (การศึกษา), Science (วิทยาศาสตร์) และ Environmental Studies and Policy (สิ่งแวดล้อมและนโยบาย) 2. วิธีการเข้าใช้งาน การเข้าใช้งาน: สามารถเข้าผ่านเว็บไซต์ห้องสมุดที่ library.bsru.ac.th แล้วเลือกเมนู "สารสนเทศออนไลน์" หรือเข้าผ่านลิงก์ตรงของ Gale (เช่น galepages.com/thbsru) การใช้งานนอกเครือข่าย: หากอยู่นอกมหาวิทยาลัย ให้ล็อกอินผ่านระบบ OpenAthens โดยใช้อีเมลของสถาบัน (@bsru.ac.th หรือ @e.bsru.ac.th) เพื่อเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกที่ทุกอุปกรณ์ 3. วิธีการสืบค้นข้อมูล Gale Power Search: เป็นช่องทางที่สะดวกที่สุด เพราะสามารถสืบค้นคำเดียวเพื่อหาข้อมูลจากทั้ง 5 ฐานข้อมูลพร้อมกัน (ทั้ง eBook และวารสาร) โดยไม่ต้องแยกค้นทีละฐาน eBook Search: สามารถเลือกดูตามหมวดหมู่ (Category) ที่จัดไว้บนชั้นหนังสือเสมือน หรือค้นหาตามชื่อเรื่องและหัวข้อที่สนใจ Topic Finder: เครื่องมือช่วยค้นหาคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องในรูปแบบ**แผนภาพวงล้อหรือกล่องสี ช่วยให้เห็นภาพรวมของหัวข้อวิจัยและหา "ช่องว่างงานวิจัย" (Research Gap) ได้ง่ายขึ้น 4. การจัดการผลลัพธ์และเครื่องมือช่วยวิจัย เมื่อพบข้อมูลที่ต้องการแล้ว สามารถใช้เครื่องมือต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวก ดังนี้: การกรองข้อมูล (Filter): สามารถเลือกเฉพาะ Full Text (ฉบับเต็ม), Peer-Reviewed (ผ่านการตรวจรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ) และเลือกช่วงปีพิมพ์เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัย เครื่องมือการอ้างอิง (Citation): สร้างรูปแบบการอ้างอิงอัตโนมัติ (APA, MLA, Chicago, Harvard) และส่งออกไฟล์ไปยังโปรแกรม EndNote ได้, การแปลภาษา (Translate): สามารถแปลเนื้อหาเป็นภาษาไทยและภาษาอื่น ๆ ได้มากกว่า 40 ภาษา, การฟัง (Listen): มีฟังก์ชันอ่านบทความให้ฟัง และสามารถดาวน์โหลดเป็นไฟล์ MP3 เพื่อไปฟังภายหลังได้, การจัดเก็บและแบ่งปัน: สามารถส่งบทความเข้า Google Drive, ดาวน์โหลดเป็น PDF, พิมพ์เอกสาร (Print) หรือใช้ฟังก์ชัน Get Link เพื่อส่งต่อลิงก์ถาวรให้เพื่อนได้,, Highlight & Notes: สามารถทำแถบสีเน้นข้อความและจดบันทึกย่อส่วนตัวไว้ในบทความได้ 5. เงื่อนไขการใช้งาน ไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้ (Unlimited Users): สามารถเข้าใช้งานพร้อมกันได้หลายคนโดยไม่ต้องรอคิว สิทธิ์การใช้งาน: ข้อมูลที่ดาวน์โหลดไปจะไม่มีวันหมดอายุ สามารถใช้เพื่อการศึกษาและการวิจัยได้ตลอดไป แต่ห้ามนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์
ค้นหาทั้งหมด