คลังข้อมูลวิจัย

  • ข้าวแช่มอญ ชุมชนวัดประดิษฐาราม

    หนังสือเล่มนี้นี้รวบรวมองค์ความรู้เรื่องข้าวแช่มอญของชุมชนวัดประดิษฐาราม โดยสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เพื่อส่งเสริมเป็นซอฟต์พาวเวอร์และอนุรักษ์ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ประวัติความเป็นมาของชาวมอญที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในย่านธนบุรี ไปจนถึงความเชื่อเรื่องข้าวสงกรานต์ที่ใช้บูชาเทวดาและถวายพระสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้ยังระบุรายละเอียดเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง เช่น การละเล่นสะบ้า ประเพณีแห่ข้าวแช่ และวิธีการจัดเตรียมเครื่องเคียงอย่างพิถีพิถัน ข้อมูลทั้งหมดมุ่งหวังให้คนรุ่นหลังได้เห็นคุณค่าและช่วยกันสืบทอดเอกลักษณ์ท้องถิ่นให้ยั่งยืนสืบไป
  • ชีวิต สังคม และการเมือง ของท่านช่วง บุนนาค

    บทความนี้นี้ถ่ายทอดชีวประวัติของท่าน ช่วง บุนนาค หรือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ผู้ทรงอิทธิพลอย่างสูงในหน้าประวัติศาสตร์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ พื้นฐานครอบครัว ในตระกูลขุนนางเก่าแก่ ไปจนถึงความสามารถที่โดดเด่นในการ เจรจาระหว่างประเทศ และการปรับตัวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ท่านมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็น ผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 โดยเป็นกำลังหลักในการปฏิรูปบ้านเมืองและรักษาเอกราชของชาติท่ามกลางวิกฤตการเมือง นอกจากแง่มุมด้านการบริหารแล้ว แหล่งข้อมูลยังชี้ให้เห็นถึง บุคลิกส่วนตัว ที่เรียบง่ายและวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าเกินกว่าคนในยุคเดียวกัน บทสรุปของเนื้อหาจึงเป็นการเชิดชูเกียรติของรัฐบุรุษผู้ทำงานด้วยความ จงรักภักดี และเป็นผู้วางรากฐานความเจริญให้กับประเทศไทยในหลายด้าน
  • ถิ่นฐาน “บ้านสมเด็จ” สมเด็จฯ องค์ไหน องค์เดียว หรือหลายองค์ ?

    บทความนี้อธิบายถึงที่มาของชื่อ “บ้านสมเด็จ” ในย่านฝั่งธนบุรี ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ตระกูลบุนนาค ผู้ครองบรรดาศักดิ์ สมเด็จเจ้าพระยา ถึงสามท่านในสมัยรัตนโกสินทร์ พื้นที่สำคัญอย่าง มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา มีต้นกำเนิดมาจากที่ดินจวนเก่าของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ ขณะที่ชื่อ โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา และ คลองสานสมเด็จ เกี่ยวเนื่องกับกรรมสิทธิ์ที่ดินและคุณูปการของทั้ง สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ และ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าชื่อสถานที่ในย่านดังกล่าวไม่ได้ระบุถึงบุคคลเพียงท่านเดียว แต่เป็นการรำลึกถึง กลุ่มขุนนางชั้นสูง ในตระกูลบุนนาคที่มีบทบาทสำคัญต่อการวางรากฐานชุมชนและสาธารณูปโภคในอดีต เนื้อหาจึงช่วยไขข้อสงสัยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและสายสัมพันธ์ของตระกูลเก่าแก่กับภูมินามในปัจจุบันได้อย่างชัดเจน
  • หวั่นซ้ำรอย! เมื่อบรรดาศักดิ์ "เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์" คล้ายอดีตกษัตริย์ผู้ ชิงราชย์

    บทความนี้กล่าวถึงความกังวลในสมัย ต้นรัชกาลที่ 5 เกี่ยวกับการก้าวขึ้นมามีอำนาจสูงสุดของ ตระกูลบุนนาค โดยเฉพาะ ช่วง บุนนาค ผู้ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ซึ่งมีบรรดาศักดิ์คล้ายคลึงกับปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ปราสาททองผู้เคยเป็นขุนนางชิงสมบัติในอดีต สถานการณ์ในขณะนั้นทำให้เหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของขุนนาง จนเกิดความหวั่นเกรงว่าจะเกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย อย่างไรก็ตาม การดำรงตำแหน่งนี้เป็นพระราชประสงค์ของ รัชกาลที่ 4 ที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้ท่านช่วยประคับประคองบ้านเมืองในช่วงที่ยุวกษัตริย์ยังทรงพระเยาว์ แม้จะมีกระแสความไม่ไว้วางใจจากเจ้านายบางพระองค์ก็ตาม บทความนี้จึงมุ่งสำรวจ ดุลอำนาจที่ผันผวน ระหว่างฝ่ายขุนนางและสถาบันกษัตริย์ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของสยามอดีต
  • สมเด็จช่วง (ช่วง บุนนาค) มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 9 คน ใครบ้าง ?

    บทความนี้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับ ครอบครัวและพี่น้อง ของ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) ซึ่งเป็นขุนนางผู้ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในสมัยสยามยุคก่อน โดยระบุว่าท่านเป็นบุตรของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์และท่านผู้หญิงจัน ข้อมูลประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าท่านมีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันรวมทั้งสิ้น 9 คน แบ่งเป็นชาย 3 คน และหญิง 6 คน อย่างไรก็ตาม มีเพียง 5 คน เท่านั้นที่เติบโตจนบรรลุนิติภาวะและมีบทบาทสำคัญในราชการแผ่นดิน อาทิ เจ้าคุณหญิงแข ผู้ดูแลฝ่ายใน และ พระยามนตรีสุริยวงศ์ (ชุ่ม บุนนาค) ผู้มีบทบาทด้านการทูต เนื้อหาโดยรวมจึงเป็นการนำเสนอ สายสัมพันธ์ในตระกูลบุนนาค เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจโครงสร้างสมาชิกผู้สืบเชื้อสายใกล้ชิดของรัฐบุรุษผู้นี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  • เหตุใด สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี จึงทรงยก “กนิษฐภคินี” ให้ “เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา” (บุนนาค)

    บทความนี้บอกเล่าประวัติของ เจ้าพระยาอรรคมหาเสนา (บุนนาค) ซึ่งเป็นต้นตระกูลบุนนาคและขุนนางคนสนิทของรัชกาลที่ 1 ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ เนื้อหาสำคัญกล่าวถึงเหตุการณ์สลดเมื่อ ท่านลิ้ม ภรรยาคนแรกถูกโจรปล้นและฆาตกรรมขณะเดินทางกลับจากขุดทรัพย์สมบัติที่ฝังไว้ ด้วยความสงสารในชะตากรรมนี้ สมเด็จพระอมรินทราบรมราชินี จึงทรงยกพระกนิษฐภคินีหรือ เจ้าคุณนวล ให้เป็นภรรยาใหม่เพื่อเป็นการปลอบขวัญ นอกจากนี้แหล่งข้อมูลยังระบุถึง เจ้าจอมมารดาตานี ซึ่งเป็นบุตรสาวที่เกิดจากภรรยาคนแรกและได้เข้าถวายตัวในราชสำนัก เรื่องราวทั้งหมดนี้จึงเป็นหลักฐานที่สะท้อนถึง สายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ระหว่างราชวงศ์จักรีและตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ไทย
  • วัดนวลนรดิศวรวิหาร วัดที่รัชกาลที่ 4 พระราชทานนาม เกี่ยวข้องกับ “ตระกูลบุนนาค” คนไหน?

    วัดนวลนรดิศวรวิหารในเขตภาษีเจริญเป็นอารามเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานนับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเดิมมีชื่อว่า วัดมะกอกใน ก่อนจะได้รับการบูรณะครั้งใหญ่จากบุคคลสำคัญในตระกูลบุนนาค เริ่มต้นโดยท่านผู้หญิงนวลและดำเนินการจนสำเร็จโดยบุตรชายคือ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิศ บุนนาค) ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้พระราชทานนามวัดใหม่เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ปฏิสังขรณ์ทั้งสองท่าน นอกเหนือจากประวัติของวัดแล้ว แหล่งข้อมูลยังชี้ให้เห็นถึงบทบาททางการเมืองที่เข้มแข็งของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ซึ่งเป็นขุนนางผู้ทรงอิทธิพลที่ควบตำแหน่งสำคัญในราชการถึงสองรัชกาล ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งระหว่างสถาบันศาสนาและตระกูลขุนนางเก่าแก่ในหน้าประวัติศาสตร์ไทย
  • AI-Assisted Teaching Model for Personalized Computer Education Based on Deep Learning

    This study aimed to: (1) examine AI-assisted learning readiness, utilization, and urban–rural disparities among computer science students in Guangxi Zhuang Autonomous Region; (2) develop a context-adapted AI-assisted personalized teaching model; and (3) evaluate its suitability and feasibility for routine teaching. The sample included 56 undergraduate students, divided into experimental and control groups (n = 28 each), and an 8-member expert panel. Data were collected through questionnaires, interviews, and evaluation forms, and analyzed using descriptive statistics, t-tests, chi-square, correlation, and content analysis. Results indicated high overall readiness (M = 3.68), with significant urban–rural disparities. Urban students showed higher technology acceptance and self-efficacy, while rural students demonstrated greater needs for personalized learning and faced infrastructure limitations. The developed model integrates dual-track learning paths, adaptive feedback, and lowbandwidth/offline functionalities tailored to regional constraints. Evaluation results confirmed high suitability and feasibility (M = 4.44, S-CVI = 0.953). The experimental group reported high usability (M = 4.21), and implementation strategies achieved a 91.7% integration rate, effectively supporting diverse classroom contexts and reducing instructional burden. Keywords: Artificial Intelligence, Computer Education, Teaching-Learning Model, Computational Thinking,Regional Adaptability
  • การสร้างชุุดการสอนทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้นโดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา (CIPPA) ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี

    การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างชุดการสอนเรื่อง ทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้นโดยใช้ โมเดลซิปปา (CIPPA Model) สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังใช้ชุดการสอนเรื่อง ทฤษฎีดนตรีสากล เบื้องต้นโดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา CIPPA Model สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี ที่มีต่อการใช้ชุดการสอน การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้รูปแบบ การวิจัยกึ่งทดลองแบบ One Group Pretest-Posttest Design กลุ่มตัวอย่างที่ใช้เป็นการเลือกแบบ เจาะจงโดยใช้นักเรียนที่เรียนในวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรีภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 11 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ ชุดการสอนเรื่อง ทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้น และแผนการจัดการ เรียนรู้ที่ใช้เป็นสื่อในการจัดการเรียนการสอน ส่วนเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อชุดการสอน สถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Wilcoxon Signed-Ranks Test ผลการวิจัยพบว่า 1) ชุดการสอนเรื่องทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้นโดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา CIPPA Model ซึ่งแบ่งเนื้อหาออกเป็น 4 หน่วยการเรียนรู้ ผลการหาคุณภาพอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.93 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.08 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดการสอน พบว่า คะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนเท่ากับ 13.27 และคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 25.09 แสดงให้เห็นว่าคะแนนหลังเรียนสูงกว่าคะแนนก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้3) ความพึงพอใจต่อการใช้ชุด การสอนเรื่องทฤษฎีดนตรีสากลเบื้องต้นโดยใช้รูปแบบโมเดลซิปปา CIPPA Model โดยรวมอยู่ใน ระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.52 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.33 คำสำคัญ : ความพึงพอใจ, ชุดการสอน, ทักษะทางดนตรี, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน, โมเดลซิปปา
  • Student Learning Engagement Model Development for Blended Teaching Models Based on Small Private Online Course Digital Platforms, Liaoning Province, China

    This study aimed to develop and validate a student learning engagement model for SPOC-based blended teaching in marketing courses and to examine its effectiveness. A three-phase research design was adopted. First, a questionnaire was developed through literature review, expert consultation, IOC validation, and pilot testing. Second, 895 valid responses from 1,080 undergraduate students at six universities in Liaoning Province were analyzed using factor analysis and structural equation modeling. Third, an eight-week experiment involving 71 students was conducted. The results identified four dimensions of learning engagement: 1. Behavioral, cognitive, emotional, and interactional engagement. 2. The final model showed good fit, with χ²/df = 3.24, CFI = 0.975, and RMSEA= 0.058. 3. The experimental group outperformed the control group, and course attainment increased by 18.6%, confirming the model’s validity and practical value. Keywords: SPOC blended teaching, learning engagement model, structural equation modeling, emotion-driven intervention, digital education management
  • การพัฒนาอิมัลเจลกระท่อมและฤทธิ์ยับยั้ง การผลิตสารที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ

    การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองที่ครอบคลุมหลายด้านได้แก่ ด้านเคมี ด้านชีวภาพและด้านผลิตภัณฑ์ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) หาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมและฟลาโวนอยด์รวม 2) พัฒนาระบบทีแอลซีเพื่อการตรวจสอบด้านคุณภาพและปริมาณด้วยเครื่องรงคเลขผิวบางสมรรถนะสูง (HPTLC) 3) พัฒนาวิธีแยกมิทราไจนีนจากสารสกัดกระท่อม 4) ศึกษาฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ 5) ศึกษาฤทธิ์การต้านอักเสบโดยวัดการยับยั้งการผลิตสารสื่อการอักเสบของสารสกัดกระท่อม 6) พัฒนาตำรับผลิตภัณฑ์อิมัลเจลที่มีสารสกัดกระท่อม 7) ทดสอบความคงตัวทางกายภาพของอิมัลเจลกระท่อม ผลการวิจัยพบว่า สารสกัดกระท่อมที่สกัดด้วยเอทานอล 95 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมเท่ากับ 285.50 ± 1.67 มิลลิกรัมกรดแกลลิกสมมูลต่อกรัมสารสกัด และปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์รวมเท่ากับ 358.97 ± 0.98 มิลลิกรัม เควอซิทินสมมูลต่อกรัม สารสกัดสูงกว่ารายงานวิจัยก่อนหน้า ระบบทีแอลซีใหม่ที่ปรับความเป็นด่างของคลอโรฟอร์มในเฟสเคลื่อนที่ด้วย 0.2 นอร์มอลโซเดียมไฮดร็อกไซด์ แล้วนำมาผสมกับเมทานอลในอัตราส่วน 99 : 5 มีความเหมาะสมในการวิเคราะห์มิทราไจนีนทั้งด้านคุณภาพและปริมาณ ได้วิธีการแยก สารมิทราไจนีนด้วยการผ่านคอลัมน์เพียงครั้งเดียว โดยการใช้ตัวอย่างที่จะนำมาแยกเป็นสารสกัดด้วยเอทานอล 40 เปอร์เซ็นต์ ปรับสมรรถนะของเฟสคงที่ และใช้ระบบเฟสเคลื่อนที่ใหม่ประกอบด้วยคลอโรฟอร์ม 95 มิลลิลิตร ต่อ 5 มิลลิลิตรของเมทานอลที่มี 0.1 นอร์มอลโซเดียมไฮดร็อกไซด์ และเก็บมิทราไจนีนที่แยกได้ในรูปเกลือพิกเครตนำไปยืนยันโครงสร้างด้วย NMR, IR และ MS สำหรับฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดกระท่อมด้วยวิธี DPPH assay มีค่า IC50 เท่ากับ 7.39 ± 0.49 ไมโครกรัมต่อไมโครลิตร ด้วยวิธี ABTS.+ assay มีค่า IC50 เท่ากับ 17.762 ± 0.33 มิลลิกรัมสมมูลของกรดแอสคอร์บิกต่อกรัมสารสกัด และด้วยวิธี FRAP assay มีค่าเท่ากับ 5211.44 ± 9.366 มิลลิโมลาร์สมมูลของเฟอร์รัสซัลเฟตต่อกรัมสารสกัด สอดคล้องกับปริมาณฟีนอลิกรวมและฟลาโวนอยด์รวม การทดสอบฤทธิ์ต้านการอักเสบของเซลล์มาโครฟาจ Raw 264.7 ที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบด้วยไลโพพอลิแซกคาไรด์ (LPS) พบว่าสารมาตรฐานมิทราไจนีนในความเข้มข้น 80 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถลดการผลิตไนตริกออกไซด์ได้ 76.02 เปอร์เซ็นต์ อินเตอร์ลิวคิน 6 ได้ 28.70 เปอร์เซ็นต์ และพรอสตาแกลนดินอี 2 ได้ 6.62 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ สารสกัดใบกระท่อมในความเข้มข้น 200 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร สามารถลดการผลิตไนตริกออกไซด์ได้ 79.16 เปอร์เซ็นต์ และ IL-6 ได้ 35.64 เปอร์เซ็นต์ อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบการผลิตสารสื่อ การอักเสบในเซลล์มาโครฟาจที่ได้รับสาร LPS เพียงอย่างเดียวโดยสารสกัดกระท่อมที่สกัดด้วยเอทานอล 95 เปอร์เซ็นต์ มีฤทธิ์แรงกว่าสารสกัดด้วยเอทานอล 40 เปอร์เซ็นต์ จึงได้นำสารสกัดกระท่อมที่สกัดด้วยเอทานอล 95 เปอร์เซ็นต์ ไปพัฒนาเป็นอิมัลเจล โดยได้อัตราส่วนที่เหมาะสมระหว่างสามองค์ประกอบในการเกิดไมโครอิมัลชั่นคือ วัฏภาคน้ำมันต่อ ส่วนผสมสารลดแรงตึงผิว และน้ำ เท่ากับ 6:2:2 ใส่สารสกัดกระท่อมร้อยละ 1 และสารก่อเจลร้อยละ 7.41 ได้ต้นแบบอิมัลเจล ที่มีความเสถียรมีอายุการเก็บรักษาได้สองปี คำสำคัญ: กระท่อม ต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ รงคเลขผิวบางสมรรถนะสูง อิมัลเจล
  • บัญชีนวัตกรรมไทย ฉบับเพิ่มเติม เดือนมิถุนายน 2569

    ประกาศบัญชีนวัตกรรมไทย ฉบับเพิ่มเติม มิถุนายน 2569 รวบรวมรายการสินค้าและบริการนวัตกรรมที่ผ่านการรับรอง เพื่อสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐในการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงตามระเบียบพัสดุฯ ดาวน์โหลดบัญชีฉบับเต็มและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
ค้นหาทั้งหมด